[bp_title][/bp_title]

    [bp_date format=”F j, Y”][/bp_date]

    [bp_image image_id=”1866″ position=”center”][/bp_image]

    คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ย่อมอยากเห็นพัฒนาการของลูก และต้องการให้เขาได้ค้นพบความชอบและความถนัดตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อช่วยผลักดันและเสริมสร้างทักษะทางด้านต่างๆ เพิ่มเติมจากที่เรียนในห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางด้านดนตรี ด้านศิลปะ ด้านตรรกะคณิตศาสตร์ ด้านกีฬา ฯลฯ รวมไปถึงการส่งเสริมทักษะทางด้านภาษาอังกฤษที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จและมีโอกาสที่ดีมากมายเมื่อเขาโตขึ้น

    โดยในช่วงอายุ 3-8 ปี จะเป็นช่วงที่สมองกำลังเติบโต เขาสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ และมีพัฒนาการอย่างเห็นได้ชัด คุณพ่อคุณแม่จึงควรสังเกตความสนใจและความสามารถของเขาอย่างใกล้ชิด ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่าน 5 เทคนิคนี้

         1. ฟังเพลงเด็กภาษาอังกฤษ

    การให้ลูกฟังเพลงเด็กภาษาอังกฤษสามารถช่วยให้ค้นพบพรสวรรค์ถึง 2 ด้านในเวลาเดียวกัน คือ พรสวรรค์ด้านดนตรีและภาษา ขณะที่ให้เขาฟังเพลงเด็กภาษาอังกฤษ ลองสังเกตดูว่าเขามีการโต้ตอบอย่างไร เช่น โยกหรือขยับตัวตรงกับจังหวะเพลงหรือไม่ หรือเมื่อได้ฟังเพลงซ้ำหลายๆครั้ง เขาสามารถร้องตามได้เร็วแค่ไหน สามารถสังเกตเสียงโน้ตเพลงที่สูง-ต่ำต่างกันและร้องตามโน้ตนั้นได้ไหม หากเขาสามารถทำได้ นั่นก็หนึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาอาจมีความสามารถในการร้องเพลงหรือเล่นดนตรี

    การฟังเพลงเด็กภาษาอังกฤษยังเป็นการค้นพบและส่งเสริมพรสวรรค์ด้านภาษาที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะเด็กๆจะเรียนรู้ด้วยวิธีซึมซับจากต้นแบบ จึงทำให้การฟังเพลงเด็กภาษาอังกฤษแบบซ้ำๆ หลายรอบ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และการออกเสียงที่ถูกต้องตามต้นฉบับเจ้าของภาษา โดยเฉพาะเพลงที่มีภาพประกอบ เช่น เพลงบนแอปพลิเคชันกาแลคซี่ คิดส์ จะช่วยเพิ่มความสนุกสนานเพลิดเพลิน ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาของเด็กได้มากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าเด็กๆ ยังไม่สามารถฝึกออกเสียงได้ก็ตาม แต่ภาพประกอบเคลื่อนไหวต่างๆ ในเพลงมักสอดคล้องกับคำศัพท์นั้นๆ อยู่แล้ว ซึ่งผู้ปกครองสามารถเลือกเพลงจากการ์ตูน หรือเพลงสำหรับเด็กสั้นๆ ได้ตามต้องการ เพื่อดึงดูดความสนใจจากเด็กๆ และเกิดการจดจำจากการฟังเพลงเด็กภาษาอังกฤษจนสามารถออกเสียงตามได้ในภายหลัง โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถดูได้ว่าเขามีศักยภาพด้านนี้มากแค่ไหน ผ่านการทำบททดสอบบนแอปพลิเคชัน และอาจลองให้เขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเพลงนั้นให้คุณฟังภายหลัง

         2. เล่นเกมเกี่ยวกับตัวเลขหรือการคำนวณ

    [bp_image image_id=”1858″ position=”center”][/bp_image]

    เบื้องหลังการคิดเลขต่างๆ คือหลักการคิดแบบเป็นเหตุเป็นผล คุณพ่อคุณแม่อาจลองให้เขาเล่นเกมที่ต้องใช้ทักษะการคำนวณมาเกี่ยวข้อง เช่น เกมบวกเลข เกมขายของ หรือเกมไพ่ต่างๆ ซึ่งช่วยให้ค้นพบความสามารถในการคิดแบบมีหลักการ และความสามารถในการหาความเกี่ยวข้องระหว่างสิ่งต่างๆ เขาการเติบโตขึ้นมาเป็นนักวางแผนที่เก่งคนหนึ่งก็ได้

         3. การตรวจหา DNA

    ค้นหาพรสวรรค์ในตัวลูกน้อยที่ซ่อนอยู่ด้วยนวัตกรรมการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อค้นหาความสามารถพิเศษของเด็กตั้งแต่วัยเยาว์ และสามารถวางแผนพัฒนาลูก รู้จักจุดเด่นและจุดด้อยเพื่อหาวิธีแก้ไขได้อย่างตรงจุดด้วยผลลัพธ์ที่แม่นยำ เนื่องจากบางครังพรสวรรค์ก็ไม่ได้ฉายแววออกมาให้ทราบตั้งแต่ยังเล็ก คุณพ่อคุณแม่จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยค้นหาศักยภาพแฝงเหล่านั้น เพื่อช่วยในการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะต่างๆ ได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

         4. ปล่อยให้ลูกลองทำสิ่งที่ชอบ

    [bp_image image_id=”1862″ position=”center”][/bp_image]

    ลองสังเกตว่าเมื่อเขาอยู่คนเดียว เขามีความสนใจและเล่นอะไร เพราะบางครั้งการปล่อยให้ลูกทำสิ่งที่ชอบอย่างเต็มที่ ช่วยให้เด็กๆ สามารถค้นพบสิ่งที่ตนเองถนัดได้ เพราะเขาจะได้เปิดสู่โลกกว้างและรู้จักตนเองมากยิ่งขึ้น

         5. จัดกิจกรรมที่หลากหลาย

    นอกเหนือจากการฟังเพลงเด็กภาษาอังกฤษจากสื่อต่างๆ จะช่วยพัฒนาสมาธิ การจดจำและการฟังในด้านภาษาได้มากขึ้นแล้ว การจัดหากิจกรรมที่มีความหลากหลาย ยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งนับเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้ลูกน้อยพบพรสวรรค์ของตนเองตั้งแต่ยังเล็กได้อีกเช่นกัน

    Related Posts

    ทำไมเด็กไทยพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง?

    Johanna Moors, M. Ed คุณครูที่ปรึกษาของกาแลคซี่ อะคาเดมี่ ผู้มีประสบการณ์สอนเด็กสองภาษามากกว่า 10 ปี เล่าให้เราฟังว่าทำไมเด็กไทย หรือเด็กเอเชียบางประเทศไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ

    เคล็ดลับสอนเด็กนานาชาติให้พูดอังกฤษคล่อง

    Johanna Moors, M. Ed คุณครูที่ปรึกษาของกาแลคซี่ อะคาเดมี่ ผู้มีประสบการณ์สอนเด็กสองภาษามากกว่า 10 ปี เผยเคล็ดลับในการสอนเด็กสองภาษา โดยเฉพาะในโรงเรียนนานาชาติ เพื่อให้ผู้ปกครองนำเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

    กลัวลูกติดจอ? การกำหนดเวลาการใช้หน้าจอ พอสำหรับพวกเขาไหม?

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เด็ก ๆ ใช้เวลาอยู่กับการเล่นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปมากขึ้น ซึ่งแปลว่าเด็กรุ่นนี้เป็นเด็กที่จะโตมาพร้อมกับการใช้ชีวิตอยู่กับอุปกรณ์ที่มีอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา
    SiteLock